| 1. |
การเลือกเนื้อหาเว็บเพจ การเลือกเนื้อหา
ถือเป็นส่วนสำคัญใน การเริ่มต้นทำเว็บเพจ ทั้งการจัดโครงสร้าง
และ ความนิยมของเว็บเพจ แน่นอนว่า ถ้าผู้จัดทำ มีเนื้อหาอยู่แล้ว
เช่น เว็บเพจขององค์กร, เว็บเพจของเกมส์, เว็บเพจดารา เป็นต้น
ก็ถือว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่ง สำหรับผู้เริ่มต้น ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเลือกหัวข้อใด
ควรเริ่มต้นจาก การสำรวจตัวเองว่า ชอบ หรือ สนใจสิ่งใด มากที่สุด
หรือ มีความรู้ ด้านใด มากที่สุด หรือ เชี่ยวชาญด้านใด มากที่สุด
แล้วพยายาม เลือกสิ่งนั้นในเป็นเนื้อหา เพราะระหว่างทำเว็บเพจนี้
จะได้เกิดความสนุก และ จะได้ความรู้เพิ่มเติมอีกด้วย |
| |
|
| 2. |
โครงสร้างของเว็บเพจ การจัดโครงสร้างนี้
มีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ การที่จะทำให้ ผู้เข้าเยี่ยมชม สามารถค้นหาข้อมูล
ในเว็บเพจได้อย่างเป็นระบบ ประการแรกต้องพิจารณาถึง ความเป็นไปได้ของ
ประเภทของผู้เข้าเยี่ยมชม เพราะ ผู้เยี่ยมชมแต่ละประเภท
ก็จะค้นหาข้อมูลที่แตกต่างกัน ดังนั้น โครงสร้างของเว็บเพจ
ก็ควรจะจัดตาม ความต้องการที่แตกต่าง ของผู้เข้าเยี่ยมชม
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นเว็บเพจ ของบริษัท ก ผู้ที่เข้าเยี่ยมชม
ไม่ว่าจะตั้งใจมาหาข้อมูลเกี่ยวกับ บริษัท ก หรือ อาจจะบังเอิญเข้ามา
ในความเห็นของผู้เขียน ควรจะแบ่งประเภท ของผู้เข้าเยี่ยมชม
ว่าเป็น ลูกค้าของบริษัท รวมถึง ลูกค้าในอนาคต ของบริษัทด้วย,
เจ้าหนี้ของบริษัท, คู่แข่งของบริษัท, พนักงานของบริษัท,
ผู้ถือหุ้น, บุคคลทั่วไป หรือ ผู้เข้าเยี่ยมชมประเภทอื่นๆ
ดังนี้จะเห็นความแตกต่าง ทางข้อมูล ที่จะต้องเตรียม ให้กับผู้เข้าเยี่ยมชม
ซึ่งแตกต่างๆ กันอย่างมาก จะเห็นได้ว่า ความต้องการของ ผู้เข้าเยี่ยมชมที่เกิดขึ้นนี้
มีความหลากหลายมาก สิ่งที่จะต้องปฏิบัติต่อไปก็คือ การจัดกลุ่มของข้อมูล
ที่กระจัดกระจายเหล่านี้ ให้รวม หัวข้อย่อยต่างๆ ให้อยู่ในหัวข้อหลัก
โดยมีจุดมุ่งหมายให้ จำนวนข้อหลักน้อยที่สุด เพราะฉะนั้น
หัวข้อย่อยบางหัวข้อ อาจต้องตัดทิ้งเพื่อความเหมาะสม นอกจากนี้การจัดไฟล์
และ ไดเร็กทอรี่ ก็จะช่วยให้การดูแลรักษา และการตรวจสอบ
ความผิดพลาด ของเว็บเพจ ง่ายยิ่งขึ้น เช่นการจัดไฟล์รูปภาพ
ไว้ที่เดียวกัน หรือ จัดเว็บเพจที่เป็น เรื่องเดียวกันไว้ในไดเร็กทอรี่
เดียวกัน เป็นต้น |
| |
|
| 3. |
ทุกคนดูได้และดูดี การทำเว็บเพจ
ควรจะทำเพื่อให้สามารถดูได้จากทุกๆ Version ของ Software
ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Netscape Communicator, Internet Explorer
หรือ อื่นๆ การทำให้ทุกคนดูได้นี้ ถือว่าเป็นการขยายฐานของผู้เข้าเยี่ยมชม
เพราะถ้าสามารถดูได้จากเพียง Software บางตัว ก็จะเป็นการลด
จำนวนผู้เข้าชม ลงไปด้วย นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น
สีที่ใช้, รูปภาพ, frames, style sheets, cookie, java,
javascript และ plug-ins ที่อาจทำให้ ผู้เข้าชม บางคน เห็น
เว็บเพจแตกต่างไป กรุณาอ่าน รายละเอียดเพิ่มเติมได้ จาก
http://www.anybrowser.org นอกจากจะดูได้แล้ว ควรจะดูดีอีกด้วย
เพราะมีความเป็นไปได้ที่ เว็บเพจที่ออกมาอาจ แสดงไม่เหมือนกัน
บน Browser ที่ต่างกัน รวมถึง การใช้ Version ที่ต่างกันด้วย
การทำเว็บเพจนี้ ควรให้แน่ใจว่า ทุกคนดูได้และดูดี อย่างไรก็ตาม
อัตราส่วนของ ประเภท Browser และ version ที่ผู้เข้าเยี่ยมชม
ไม่เป็นที่แน่นอน แต่ถ้าส่วนใหญ่แล้ว น่าจะเป็น Netscape
Communicator และ Internet Explorer เพราะฉะนั้น การตรวจสอบผ่านสอง
Browser นี้เป็นสิ่งที่ควรกระทำ ส่วน version ที่ใช้ ก็ใช้
version ปานกลาง ไม่เก่าจนเกินไป หรือ ใหม่จนเกินไป (ถ้าเป็นไปได้
ควรตรวจสอบจาก ทุกๆ Browser และ ทุกๆ version เท่าที่จะหาได้) |
| |
|
| 4. |
ความเร็วในการโหลดเว็บเพจ สิ่งที่ควรคำนึงใน
การทำเว็บเพจอีกสิ่งหนึ่ง คือ ความเร็วใน การโหลดเว็บเพจ
ผู้เข้าชมไม่ควรใช้ เวลานานเกินสมควร ในการรอ ให้โหลดเว็บเพจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหน้าแรก ของการโหลด เพราะมีหลายครั้งที่
ผู้เข้าเยี่ยมชมจะหยุด การโหลดเว็บเพจ และ เปลี่ยนไปหาข้อมูลจากที่อื่น
ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง ของผู้ทำเว็บเพจ ปัจจัยที่จะกระทบต่อความเร็ว
ได้แก่ ขนาดของรูปภาพที่ใช้, จำนวนของรูปภาพที่ใช้ และ ปริมาณของตัวอักษร
ที่อยู่บนหน้านั้นๆ อนึ่งความเร็วใน การโหลดเว็บเพจ อาจอยู่ที่
Server ที่เว็บเพจนั้นๆอยู่ ว่ามีความสามารถ สูงเพียงใดด้วย
ขนาดของรูปภาพที่ใช้ ควรจะมีขนาดไม่เกิน 20-30K ต่อรูป ส่วนประเภทของรูปนั้น
ควรเป็น GIF หรือ JPEG ถ้าขนาดของรูปภาพใหญ่เกินไป อาจตัดแบ่ง
ให้ขนาดเล็กลง และใช้ ตาราง ช่วยในการจัดรูปภาพนั้นๆ แต่ก็ไม่ควรมี
จำนวนมากเกินไป เพราะนั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ ลดความเร็วของ
การโหลดเว็บเพจ ใน ระบบ cache ที่มีในบาง browser จะทำการเก็บรูปภาพ
ที่เคยโหลดแล้ว ไว้ในเครื่อง เพื่อเพิ่มความเร็ว เราสามารถ
ใช้ประโยชน์จาก cache นี้ โดยการใช้รูปเดิม ให้มากขึ้น ถ้าไม่จำเป็น
ควรใช้รูปเดิมให้มากที่สุด การที่เว็บเพจหน้านั้นๆ มีจำนวนตัวอักษรมาก
ก็จะลดความเร็ว ในการโหลดเช่นกัน ดังนั้น ถ้ามีเนื้อหามากๆ
ควรจะตัดแบ่ง ออกเป็นตอนๆ เพื่อช่วยเพิ่ม ความเร็วในการโหลด
และยังเป็นการให้ ผู้เข้าเยี่ยมชม อ่านง่ายยิ่งขึ้นด้วย |
| |
|
| 5. |
ความง่ายในการค้นหาข้อมูล ความอดทนของ ผู้เข้าเยี่ยมชมมีความแตกต่างกันไป
หากใช้เวลา พอสมควรแล้ว ยังไม่สามารถ หาข้อมูลจากเว็บเพจ
ก็อาจจะเปลี่ยนไปหาที่อื่นได้ สิ่งนี้คงไม่เป็น การดีต่อเว็บเพจ
อย่างแน่นอน ทำอย่างไรจึงจะให้ ผู้เข้าเยี่ยมชม สามารถค้นหาข้อมูลที่มีอยู่
ในเว็บเพจได้ง่าย และ มีประสิทธิภาพสูงที่สุด แน่นอนว่าปัจจัยหลัก
ต้องขึ้นอยู่กับ โครงสร้างของเว็บเพจ ตั้งแต่ตอนแรกที่มีการจัดโครงสร้าง
และ จัดกลุ่มของข้อมูล ดังที่ได้กล่าวในข้างต้น
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกเช่น การมี Navigator
bar หรือ แถบนำทาง ในทุกๆหน้าของเว็บเพจ ( เว็บเพจไทย
ส่วนใหญ่ใช้ frames เพื่อช่วยในการนำทาง ผู้เขียนไม่ขอแนะนำ
ให้ใช้ frames เพราะ ผลที่ออกทางจอภาพ อาจไม่เป็นอย่าง
ที่เราต้องการ ) และ ถ้าสามารถให้บริการ Search และ Sitemap
ได้ก็จะเป็น สิ่งที่จะช่วยให้ ค้นหาข้อมูล ได้ง่ายยิ่งขึ้น
|
| |
|
| 6. |
ตัวอักษร, ฉากหลัง และ สี คงจะมีหลายครั้ง
ที่ผู้เข้าเยี่ยมชม จะต้องประสบกับ ความคิดสร้างสรรค์ ของผู้จัดทำ
โดยการใช้สี บนตัวอักษร หรือ บนฉากหลัง รวมถึงการใช้ รูปเป็นฉากหลัง
เหล่านี้ อาจทำให้ เกิดปัญหากับ ระบบประสาทตา ของผู้เข้าเยี่ยมชมได้
สีของตัวอักษร และ ฉากหลัง ที่ผู้เขียนแนะนำคือ ตัวอักษรสีดำ
บนฉากหลังขาว ถ้าต้องการกำหนด ประเภทของตัวอักษร ควรใช้ที่เป็นสากลนิยม
เช่น ในกรณีภาษาอังกฤษ อาจใช้ Arial หรือ Times เป็นต้น
ส่วนภาษาไทย อาจใช้ MS Sans Serif หรือ ตัวอักษร UPC อื่นๆ
น่าจะถือเป็น สากลนิยมของภาษาไทย การเลือกใช้ ตัวอักษรภาษาไทยนั้น
ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะ ในกรณีที่ เครื่องผู้เยี่ยมชม
ไม่มีตัวอักษรนั้นๆ อาจทำให้ ผู้เข้าเยี่ยมชม ไม่สามารถอ่าน
ตัวอักษรได้เลย ฉากหลังที่ใช้นั้น ผู้เขียนไม่ขอแนะนำให้
ฉากหลังเด่นเกินตัวอักษร ที่อยู่บนเว็บเพจ เพราะจะทำให้อ่านยาก
และ ทำให้เนื้อหา ไม่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม การใช้ฉากหลังสีพื้น
อาจทำให้ดูน่าเบื่อ หลายครั้งที่ ผู้เขียนแนะนำไปยัง webmaster
แต่คำตอบที่ได้คือ "ไม่เปลี่ยน เพราะของเดิมสวยดีอยู่แล้ว"
ดังนี้คงต้อง ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ ของแต่ละบุคคล ในกรณีที่
เว็บเพจมีรายละเอียดมาก จำนวนตัวอักษร ในแต่ละบรรทัด อาจช่วยให้ผู้เข้าเยี่ยมชม
อ่านรายละเอียดได้ง่ายขึ้น สามารถทำได้โดยใช้ ตารางแบ่งเป็น
2-3 แถว แต่ก็ไม่ควรบรรทัดสั้นเกินไป เพราะ จะทำให้อ่านแล้วไม่ได้ใจความ |